<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Hemolysis&#039;s Blog</title>
	<atom:link href="http://hemolysis.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://hemolysis.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com weblog</description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 May 2010 15:15:06 +0000</lastBuildDate>
	<language></language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='hemolysis.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Hemolysis&#039;s Blog</title>
		<link>http://hemolysis.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://hemolysis.wordpress.com/osd.xml" title="Hemolysis&#039;s Blog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://hemolysis.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>&#8220;พระพุทธเจ้าสยบโรคห่ากินเมือง&#8221;</title>
		<link>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/25/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/25/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 May 2010 15:06:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hemolysis</dc:creator>
				<category><![CDATA[Buddhism]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://hemolysis.wordpress.com/2010/05/25/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลจาก Time Line บน Twitter ของ อ.ไพศาล พืชมงคล @paisalvision วันที่ 25 พ.ค. 2553 ๒ ทุ่มครึ่งวันนี้จะเล่านิทานก่อนนอนตามสัญญา เรื่อง “พระพุทธเจ้าสยบโรคห่ากินเมือง” วันนี้ขึ้น ๑๒ ค่ำ เหลืออีก ๒ วันจะเป็นวันวิสาขะบูชา มาเถิด ฟังนิทานก่อนนอนเพื่อประดับสติปัญญา ในเรื่อง&#8221;พระพุทธเจ้าสยบโรคห่ากินเมือง&#8221; โรคห่าเรียกในปัจจุบันว่าอหิวาต์ เมื่อก่อนเป็นโรคร้ายแรงยิ่งกว่ามะเร็ง เพราะทำให้คนตายหลายหมื่นคนได้ในเวลาอันรวดเร็วและไม่มียารักษา ราชกิจจานุเบกษาสมัย ร. ๔ ว่าขุนธรรมศาสตร์อายุ ๗๘ ปีเป็นมะเร็งกรามช้างมาช้านานไม่ร้ายแรง ป่วยโรคท้องร่วงตาย ชื่อมะเร็ง ปรากฎครั้งแรกนี้ เมื่อตอนเป็นเด็กพอรู้ความ เทศกาลเก็บเกี่ยวข้าว ปีนั้นอหิวาต์ระบาดหนัก คนตายมากจนพระสวดไม่ทัน และไม่มีหมอหรือยารักษา วันหนึ่งตอนบ่ายมีดวงไฟใหญ่กว่าลูกมะพร้าวลอยอยู่บนฟ้าจากตะวันออกไปตะวันตก ทั้งบางนั่งลงกราบว่า “พ่อท่านโค๊ะ(หลวงพ่อทวด)โละมาช่วยรักษาโรคห่า” ชาวบ้านพากันไปวัดพะโค๊ะ เอาน้ำมนต์มาแจกจ่ายให้คนเป็นอหิวาต์กิน คนที่ป่วยก็หาย โรคก็หายไปเป็นที่อัศจรรย์ ก่อนนั้นในสมัย ร.๒ ราว พ.ศ.๒๓๖๓ เกิดโรคห่ากินเมือง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=hemolysis.wordpress.com&amp;blog=11252622&amp;post=21&amp;subd=hemolysis&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อมูลจาก Time Line บน Twitter ของ อ.ไพศาล พืชมงคล @paisalvision วันที่ 25 พ.ค. 2553</p>
<p>๒ ทุ่มครึ่งวันนี้จะเล่านิทานก่อนนอนตามสัญญา เรื่อง “พระพุทธเจ้าสยบโรคห่ากินเมือง”</p>
<p>วันนี้ขึ้น ๑๒ ค่ำ เหลืออีก ๒ วันจะเป็นวันวิสาขะบูชา มาเถิด ฟังนิทานก่อนนอนเพื่อประดับสติปัญญา ในเรื่อง&#8221;พระพุทธเจ้าสยบโรคห่ากินเมือง&#8221;</p>
<p>โรคห่าเรียกในปัจจุบันว่าอหิวาต์ เมื่อก่อนเป็นโรคร้ายแรงยิ่งกว่ามะเร็ง เพราะทำให้คนตายหลายหมื่นคนได้ในเวลาอันรวดเร็วและไม่มียารักษา ราชกิจจานุเบกษาสมัย ร. ๔ ว่าขุนธรรมศาสตร์อายุ ๗๘ ปีเป็นมะเร็งกรามช้างมาช้านานไม่ร้ายแรง ป่วยโรคท้องร่วงตาย ชื่อมะเร็ง ปรากฎครั้งแรกนี้</p>
<p>เมื่อตอนเป็นเด็กพอรู้ความ เทศกาลเก็บเกี่ยวข้าว ปีนั้นอหิวาต์ระบาดหนัก คนตายมากจนพระสวดไม่ทัน และไม่มีหมอหรือยารักษา วันหนึ่งตอนบ่ายมีดวงไฟใหญ่กว่าลูกมะพร้าวลอยอยู่บนฟ้าจากตะวันออกไปตะวันตก ทั้งบางนั่งลงกราบว่า “พ่อท่านโค๊ะ(หลวงพ่อทวด)โละมาช่วยรักษาโรคห่า” ชาวบ้านพากันไปวัดพะโค๊ะ เอาน้ำมนต์มาแจกจ่ายให้คนเป็นอหิวาต์กิน คนที่ป่วยก็หาย โรคก็หายไปเป็นที่อัศจรรย์</p>
<p>ก่อนนั้นในสมัย ร.๒ ราว พ.ศ.๒๓๖๓ เกิดโรคห่ากินเมือง คนกรุงเทพตายเป็นไบไม้ร่วงกว่า ๓ หมื่นคน ตอนนั้นกรุงเทพมีคนไม่ถึง๑๕๐,๐๐๐ คน ศพเผาไม่ทัน ทิ้งกราดเกลื่อนเต็มวัด ทับกันเป็นกอง มีศพลอยตามแม่น้ำลำคลอง จนพระต้องหนีจากวัด คนหนีจากบ้าน เพราะไม่มีหมอหรือยาที่จะรักษา ในหลวงหมดทางช่วยราษฎรจึงทรงปรึกษาพระสังฆราชแล้วโปรดให้ตั้งการพิธีอาพาธพินาศหรืออาเพทพินาส ณ พระที่นั่งดุสิต ในวันขึ้น ๗ ค่ำเดือน ๑๐ ปีนั้น โปรดให้อัญเชิญพระแก้วออกจากพระอุโบสถเป็นครั้งแรกนับแต่มาประดิษฐานที่วัดพระแก้ว ประดิษฐานในราชยานภายในบุษบก ประกอบเครื่องอิสริยยศเต็มอัตรา โปรดให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุในขบวน มีพระสงฆ์ ๕๐๐ รูปนำโดยสมเด็จพระสังฆราช(มี)ประทับพระเสลี่ยง ในหลวงทรงศีล ๘ ขบวนแห่ออกจากพระบรมมหาราชวัง พระสงฆ์ทั้งนั้นสวดพระปริตสำคัญบทหนึ่งชื่อรัตนสูตร เลียบรอบพระนครและประพรมน้ำพระพุทธมนต์เสร็จแล้วกลับพระราชวัง ฝนห่าใหญ่ตกลงมาทั่วพระนคร โรคห่าก็หายไปเป็นที่อัศจรรย์ ในหลวงโปรดให้เร่งเผาศพ ทำบุญทำทานครั้งใหญ่และอภัยโทษครั้งใหญ่เป็นอภัยทานด้วย ประปริตบทว่าด้วยรัตนสูตรที่พระสงฆ์สวดทำน้ำมนต์ครั้งนี้ คือมนต์บทสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงสอนพระอานนท์ พระพุทธอนุชาเพื่อสยบโรคห่าในครั้งพุทธกาล</p>
<p>สมัยนั้นนครไพศาลีเมืองหลวงของแคว้นวัชชีบังเกิดโรคห่ากินเมือง ภูตผีปีศาลก็เข้าแทรกซ้ำเติม คนตายศพกลาดเกลื่อนทั่งเมืองเต็มถนนหนทางแม่น้ำลำคลอง บังเกิดเป็นตรีภัยขึ้นในแคว้นวัชชี คือ ภัยความฝืดเคือง ๑ อหิวาต์ ๑ และภูตผีปีศาจเข้าแทรก ๑ ราษฎรกลับหลงผิดว่าเหตุเกิดจากพระเจ้าแผ่นดิน ราษฎรชุมนุมประท้วงหาว่ากษัตริย์วัชชีประพฤติผิดประเพณี ทรงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่าพระองค์ทำผิดอะไร ก็ไม่พบความผิดใดๆ จึงทำพิธีบวงสวงก็ไม่หาย</p>
<p>มีอำมาตย์คนหนึ่งกราบทูลว่าพระพุทธเจ้าทรงคุณวิเศษ สยบโรคห่าได้ ทรงประทับอยู่ที่กรุงราชคฤห์ เมืองหลวงของแคว้นมคธ ขอให้กราบทูลเชิญมาช่วย กษัตริย์ลิจฉวีจึงตั้งคณะราชฑูตไปเฝ้าพระเจ้าพิมพิศาลกษัตริย์แห่งแคว้นมคธขอพระราชานุญาตให้พระพุทธเจ้าเสด็จไปช่วย ทรงโปรดให้ไปทูลพระพุทธเจ้า คณะฑูตไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลเชิญเสด็จ เมื่อทรงทราบว่าพระเจ้าพิมพิ์พิศาลทรงอนุญาตแล้วก็ทรงรับอาราธนา</p>
<p>พระเจ้าพิมพิศาลตามส่งเสด็จจนสุดชายแดน ถึงแม่น้ำคงคา พระพุทธองค์เสด็จประทับเรือพระที่นั่งที่พระเจ้าพิมพิศาลจัดถวายและยังลุยลงแม่น้ำประคองเรือจนถึงน้ำลึกเพียงพระศอ จึงเสด็จกลับ พระพุทธองค์เสด็จโดยทางชลมาคระยะทาง ๑ โยช ถึงท่าเรือในเขตไพศาลี ได้เสด็จขึ้นและเดินทางโดยทางบกอีก ๓ วันถึงนครไพศาลีกษัตริย์ลิจฉวีเฝ้ารับเสด็จ</p>
<p>เสด็จถึงชานพระนครพร้อมด้วยพระสาวกแล้ว ทรงประทับยืนเจริญสมาธิและเพ่งทอดพระเนตรไปที่ท้องฟ้าทรงกระทำสัตยาธิษฐาน พระไตรปิฎกระบุว่า&#8221;ทันใดนั้นมหาเมฆก็ตั้งขึ้นดังแผ่นศิลาสีครามยาวเหยียดตลิดทิศปัจจิม แผ่ปกคลุมนครไพศาลีฟ้าส่งเสียงคำราม คำรณดังเปรี้ยงปร้าง.. แล้วฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาท่วมบ่าชะล้างซากศพทั่วทุกแห่งกวาดลงแม่น้ำสู่ทะเล ความร้อนแห่งอากศก็หายไปด้วยพุทธานุภาพ พระตถาคตรับสั่งเรียกพระอานนท์รับสั่งว่า&#8221;อานนท์ เธอจงเรียนมนต์รัตนสูตรนี้ แล้วจาริกไปในกำแพงเมืองเพื่อความสวัสดีจากภัยอันใหญ่ของราษฎรเถิด&#8221;</p>
<p>ราตรีนั้นพระอานน์เรียนมนต์รัตนสูตทรงจำไว้เป็นอันดีแล้วประคองบาตรน้ำมนต์ของพระผู้มีพระภาคเจ้านำพระสงฆ์จาริกไปตามแนวกำแพงเมืองเป็นขบวนใหญ่ กษัตริย์ลิจฉวีและขุนนางผู้ใหญ่ตามพระอานนท์ซึ่งท่องมนต์ประพรมน้ำมนต์ไปทั่วพระนคร โรคห่า ความฝืดเคืองและปีศาจทั้งหลายก็หายไปด้วยพระพุทธมนต์ เหตุนี้รัตนสูตจึงเป็นมนต์ที่พระพุทธองค์ทรงสอนด้วยพระองค์เองสำหรับสยบโรคห่า ความฝืดเคืองและภูตผีทั้งปวง ซึ่งถือเป็นปริตบทสำคัญที่สุด นับแต่นั้นมาก็เป็นแบบการเรียนมนต์ในพุทธศาสนาและตั้งเป็นพิธีกรรม จนรวบรวมเป็นบทสวดพระปริต ๗ บทหรือ ๑๒ บท สำหรับพระสวดในกาลต่างๆ จนบัดนี้</p>
<p>มนต์รัตนสูตมีเนื้อหาสรุปว่าเป็นการประกาศความสัจในประการต่างๆ ขออำนาจความสัตย์นั้นบันดาลให้เป็นไป เป็นวิธีการทำอธิษฐานฤทธิ์ชนิดหนึ่ง ประเทศไทยตอนนี้เหมือนห่ากินเมือง ประสบภัย ๒ อย่างคือความฝืดเคือง และปีศาจ(การเมือง)เข้าแทรก ควรขอรับพระราชทานพิธีอาเพทพินาสเพื่อความสวัสดี</p>
<p>ขออานุภาพแห่งการประกาศพระธรรมนี้ได้ดลบันดาลให้ท่านทั้งหลายถึงซึ่งความสวัสดี ปราศจากภัยทั้งปวงเทอญ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/hemolysis.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/hemolysis.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/hemolysis.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/hemolysis.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/hemolysis.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/hemolysis.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/hemolysis.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/hemolysis.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/hemolysis.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/hemolysis.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/hemolysis.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/hemolysis.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/hemolysis.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/hemolysis.wordpress.com/21/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=hemolysis.wordpress.com&amp;blog=11252622&amp;post=21&amp;subd=hemolysis&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/25/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/5675dfc9dac453fc53e56ac5c4d0f11e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">hemolysis</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>พญานาคที่รังเกียจคนขี้ขอ</title>
		<link>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 May 2010 15:43:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hemolysis</dc:creator>
				<category><![CDATA[Buddhism]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://hemolysis.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89/</guid>
		<description><![CDATA[  Time line บน Twitter ของ อ.ไพศาล พืชมงคล วันที่ 24 พ.ค. 2553 วันนี้ขึ้น ๑๑ ค่ำ อีก ๓ วันจะถึงวิสาขะ จะแสดงเรื่องที่จะเป็นสิริสวัสดิ์พิพัฒน์มงคลแก่เพื่อชาวทวิเภพ คือเรื่อง “พญานาคที่รังเกียจคนขี้ขอ” ที่เรียกว่านาคนั้นมี ๔ ความหมาย ๑ นาคที่เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ๒ นาคที่จะบวชเป็นพระ ๓ มนุษย์บางเผ่าที่ชื่อนาค และ ๔ คือนาคที่จะพูดถึง นาคที่จะพูดถึงนี้อยูในสเปชี่ใกล้เคียงกับพวกครุฑ คนธรรพ์ รุกขเทวดา อยู่ในอีกมิติหนึ่งที่ไม่ต้องอาศัยรูป แต่สามารถสำแดงรูปให้ปรากฎได้ ตั้งแต่โบราณมากนาคจะปรากฎหรือเล่าขานกันในเอเซียเป็นส่วนมาก ตั้งแต่อินเดียมาจนถึงสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำลึกใหญ่ พุทธประวัติมีมากตอนพูดถึงนาคและเป็นนาคสำคัญเป็นหัวหน้าดูแลพื้นที่จึงเรียกว่า “พญานาค” พระพุทธเจ้าสอนคนไม่ให้เห็นแก่ตัว ตรัสว่านั่นเป็นคนสกปรก คนขี้ขอเป็นพวกเป็นแก่ตัว เป็นที่รังเกียจของคน แม้พนฃยานาคก็รังเกียจคนขี้ขอ ทรงตรัสเล่าว่าสมัยหนึ่งมีภิกษุไปนั่งภาวนาอยู่ใกล้แม่น้ำใหญ่ ถูกพญานาคซึ่งตนนี้เป็นพญานาคเกเรมารังแกข่มขู่ ขับไล่ไม่ให้บำเพ็ญกรรมฐาน พระกลัวจนต้องหนีไปที่อื่น พระอื่นก็มานั่งภาวนาต่ออีกหลายรูป เพราะเป็นที่สงัด ร่มเย็นเป็นสัมปายะ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=hemolysis.wordpress.com&amp;blog=11252622&amp;post=13&amp;subd=hemolysis&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> </p>
<p>Time line บน Twitter ของ อ.ไพศาล พืชมงคล วันที่ 24 พ.ค. 2553</p>
<p>วันนี้ขึ้น ๑๑ ค่ำ อีก ๓ วันจะถึงวิสาขะ จะแสดงเรื่องที่จะเป็นสิริสวัสดิ์พิพัฒน์มงคลแก่เพื่อชาวทวิเภพ คือเรื่อง “พญานาคที่รังเกียจคนขี้ขอ”</p>
<p>ที่เรียกว่านาคนั้นมี ๔ ความหมาย</p>
<p>๑ นาคที่เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ</p>
<p>๒ นาคที่จะบวชเป็นพระ</p>
<p>๓ มนุษย์บางเผ่าที่ชื่อนาค และ</p>
<p>๔ คือนาคที่จะพูดถึง</p>
<p>นาคที่จะพูดถึงนี้อยูในสเปชี่ใกล้เคียงกับพวกครุฑ คนธรรพ์ รุกขเทวดา อยู่ในอีกมิติหนึ่งที่ไม่ต้องอาศัยรูป แต่สามารถสำแดงรูปให้ปรากฎได้ ตั้งแต่โบราณมากนาคจะปรากฎหรือเล่าขานกันในเอเซียเป็นส่วนมาก ตั้งแต่อินเดียมาจนถึงสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำลึกใหญ่ พุทธประวัติมีมากตอนพูดถึงนาคและเป็นนาคสำคัญเป็นหัวหน้าดูแลพื้นที่จึงเรียกว่า <strong>“พญานาค” </strong></p>
<p>พระพุทธเจ้าสอนคนไม่ให้เห็นแก่ตัว ตรัสว่านั่นเป็นคนสกปรก คนขี้ขอเป็นพวกเป็นแก่ตัว เป็นที่รังเกียจของคน แม้พนฃยานาคก็รังเกียจคนขี้ขอ ทรงตรัสเล่าว่าสมัยหนึ่งมีภิกษุไปนั่งภาวนาอยู่ใกล้แม่น้ำใหญ่ ถูกพญานาคซึ่งตนนี้เป็นพญานาคเกเรมารังแกข่มขู่ ขับไล่ไม่ให้บำเพ็ญกรรมฐาน พระกลัวจนต้องหนีไปที่อื่น พระอื่นก็มานั่งภาวนาต่ออีกหลายรูป เพราะเป็นที่สงัด ร่มเย็นเป็นสัมปายะ เหมาะแก่การปฏิบัติทางจิต ทุกรูปต้องหนีหมด</p>
<p>พระรูปหนึ่งไปฟ้องพระพุทธเจ้า จึงทรงสอนมนต์ให้บทหนึ่ง ใช้สวดเมื่อถูกพญานาคมาข่มขู่ พระนั้นก็ไปนั่งบำเพ็ญภาวนาที่ใกล้แม่น้ำนั้น ขณะนั่งภาวนา พญานาคก็เลื้อยขึ้นมา แผ่พังพาน ส่งเสียงขู่ฟ่อๆๆ น่าสะพึงกลัว พระรูปนั้นก็ท่องมนต์ นาคได้ฟังก็ตกใจเลื้อยกลับลงแม่น้ำ วันถัดมาพญานาคก็มาอีก คราวนี้พอขึ้นฝั่ง เลื้อยได้หน่อยเดียวพระก็ท่องมนต์ นาคก็ตกใจ รีบเลื้อยกลับลงแม่น้ำอีก วันที่สามพอพญานาคโผล่เศียรพ้นแม่น้ำ พระก็สวดมนต์อีก พญานาคดำหนีหายไป ไม่มาปรากฎอีกเลย</p>
<p>มนต์บทศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถขับไล่พญานาคนี้แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า <strong>&#8220;พ่อนาคเอย ดวงแก้ววิเศษในปากท่านนั้น อาตมาขอบิณฑบาตแก่อาตมาเถิด&#8221;</strong> ขอกันดื้อๆ</p>
<p>นาคมีแก้ววิเศษประจำตัว สำหรับอยู่ในน้ำ บกแลอากาศ ใช้หาอาหารและในการแปลงรูป เมื่อถูกขอบิณฑบาตก็ตกใจกลัว พระพุทธเจ้าจึงสอนว่า <strong>“เกิดเป็นคนอย่าเป็นคนขี้ขอ เพราะเป็นคนสกปรกเป็นที่รังเกียจของเทวดาและมนุษย์แม้กระทั่งสัตว์อย่างพญานาค” </strong><strong></strong></p>
<p>ขอพระธรรมอันพระตถาคตได้ประกาศดังแสดงมานี้จงยังท่านทั้งหลายให้เป็นผู้สะอาด ไม่เห็นแก่ตัวและไม่เป็นคนขี้ขอ เพื่อเป็นที่รักของเทวดาแลมนุษย์</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/hemolysis.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/hemolysis.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/hemolysis.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/hemolysis.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/hemolysis.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/hemolysis.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/hemolysis.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/hemolysis.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/hemolysis.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/hemolysis.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/hemolysis.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/hemolysis.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/hemolysis.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/hemolysis.wordpress.com/13/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=hemolysis.wordpress.com&amp;blog=11252622&amp;post=13&amp;subd=hemolysis&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/5675dfc9dac453fc53e56ac5c4d0f11e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">hemolysis</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>คำสาป</title>
		<link>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 May 2010 08:11:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hemolysis</dc:creator>
				<category><![CDATA[Buddhism]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://hemolysis.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%9b/</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง “คำสาป” จาก Time Line บน Twitter ของ อ.ไพศาล พืชมงคล @paisalvision 

เรื่องคำสาปมีมานานนักหนาตั้งแต่ตำนานกำเนิดรามเกียรติ์โน่น แต่คำสาบเกี่ยวกับวังอันลือชา มีอยู่ ๒ วังคือวังหน้ากับวังเพชรบูรณ์ 

วังหน้า 

วังหน้าแห่งรัตนโกสินทร์นั้นเป็นของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทในรัชกาลที่ ๑ ทรงรักหวงห่วงมากไม่อยากให้ตกเป็นสมบัติคนอื่น จึงทรงสาปแช่งไว้เป็นสาหัสว่าถ้าผู้ใดที่มิใช่เชื้อสายมาเป็นเจ้าของครอบครองให้มีอันฉิบหายตายโหงสามชั่วโคตรและทรงอาราธนาสงฆ์สวดญัตติคำสาบด้วย หลังเสด็จสวรรคตแล้วไม่มีผู้ใดกล้ารับเป็นเจ้าของครอบครอง แม้พระเจ้าอยู่หัวก็ไม่มีพระราชประสงค์จะให้วิบัติตกแก่ท่านผู้ใด เพราะเกรงคำสาปนั้น 

จนกระทั่งรัชกาลที่ ๕ ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้าหรือตำแหน่งกรมพระราชวังบวรแล้วก็ไม่มีท่านผู้ใดกล้ารับเป็นเจ้าของครอบครอง จนเปลี่ยนแปลงการปกครองทางราชการจึงต้องปรับใช้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติมาจนทุกวันนี้ แต่ก็มีที่ปลายวังแสดงความขลังให้ปรากฎ โดยท่านปรีดี ได้ใช้เป็นที่ทำการของนายกในที่สุดท่านปรีดีผู้มีคุณูปการยิ่งต่อชาติก็มีอันเป็น ครั้งหนึ่งพันโทชาติชาย ชุณหวัน เอารถถังบุกพังทำเนียบท่าช้างวังหน้านั้น เพราะมีรัฐประหาร ท่านปรีดีต้องลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศจนตลอดชีวิต นี่ก็แค่ที่ปลายวังหน้าข้างที่อาบน้ำช้างเท่านั้น ถ้าตรงที่ตั้งวังจะขนาดไหน 

วังเพชรบูรณ์ 

วังเพชรบูรณ์อันเป็นที่ตั้งเซ็นทรัลเวิลด์ในทุกวันนี้ เดิมเป็นของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก ในรัชกาลที่ ๕ 

สมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นี้ทรงกรมในพระนามว่ากรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย สิ้นพระชนม์ในปี ๒๔๖๖ ขณะมีพระชันษาเพียง ๓๑ พรรษา ระหว่างทรงพระชนม์ รัชกาลที่ ๖ ได้พระราชทานที่ดินตรงนี้สร้างวังให้ เรียกว่า “วังเพชรบูรณ์” ทรงปรานถนาให้ตกทอดเฉพาะเชื้อสายของพระองค์เท่านั้น ทรงเกรงว่าทายาทยังเล็กหากทรงเป็นไปจะถูกผู้อื่นฉ้อโกงเอาไป จึงทรงทำพิธีสาปโดยนัยทำนองเดียวกับคำสาปของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท แต่ทรงเชี่ยวชาญด้านศิลปและดนตรีจึงมีน้ำพระทัยอ่อนผ่อนปรน ตั้งข้อยกเว้นไว้ว่าในกาลเบื้องหน้าถ้าผู้ใดมีน้ำใจเป็นกุศลใคร่ได้วังนี้ไปก็ต้องทดแทน ทรงรุบะในข้อยกเว้นแห่งคำสาปว่าต้องไปสร้างศาลเจ้าพ่อเสือในที่ดินแปลงหนึ่งที่รังสิต มีรายละเอียดอีกบางประการซึ่งผมจำไม่ได้เสียแล้ว 

ล่วงมาราวปี ๒๕๒๐ บวกลบเล็กน้อยจำไม่ได้แล้ว มีนักกฎหมายเพื่อนกันที่ทำงานรับใช้เจ้านายมาหาผมเชิญให้ไปนั่งเป็นพยานเปิดพินัยกรรมของทายาทท่าน ได้ความว่าที่มาหาก็เพราะทราบว่าผมเกิดตรงวันที่กำหนดให้นั่งเป็นพยานและมีวิชาพอสมควรซึ่งเพื่อนๆพอรู้จัก ก็รับงานเลย จึงได้ทราบเรื่องราวจากผู้ดูแลที่ดินแปลงนี้และผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น หลังเปิดพินัยกรรมแล้วต่อมาก็มีการนำที่ดินนี้ออกประมูลหาผู้ลงทุน ผลประมูลกลุ่มนายอุเทน เตชะไพบูลย์ชนะ ขณะนั้นตระกูลนี้เป็นมหาเศรษฐีเมืองไทย ก็ตั้งใจตามดูว่าคำสาบจะเป็นอย่างไร 

ปี๒๕๓๒ เรียน วปอ.อยู่ก็ได้เตือนเพื่อน คนในตระกูลนั้นว่าให้แก้คำสาบ ไม่งั้นคงเสี่ยงในสิ่งที่มองไม่เห็นแน่ เขาไม่เชื่อบอกว่าพ่อเขามีซินแสดี มีการแก้ในเชิงฮวงจุ้ยที่หัวมุมตามทหลักวิชาฮวงจุ้ย ทำเป็นเนินดินคล้ายฮวงซุ้ย และทำพิธีกรรมโดยผู้มีวิชาของปอเต๊กตึ้งอีกหลายอย่าง แต่ก่อสร้างไม่ทันเสร็จทั้งโครงการ ตระกูลเตชะไพบูลย์ที่มหามั่งคั่งก็มีอันเป็นไป ทั้งครอบครัวและทรัพย์สิน ดังที่รู้กันอยู่ 

ตระกูลจิราธิวัฒน์ก็มารับช่วงที่ดินและโครงการนี้ต่อมา คราวนี้หาผู้มีวิชาทางพราหมณ์ แนะให้แก้โดยสร้างตรีมูรติ ซึ่งเป็นมหาเทพในฮินดู ผลก็คือมีเทพต่างๆเต็มไปหมดทั้งพระอินทร์ พระพิฆเณศ หวังดูดซับพลังมาจากฝั่งท้าวมหาพรหมด้วย แต่วันนี้ก็คงเห็นกันแล้วว่าแก้คำสาบได้หรือไม่ ก็ต้องคอยดูอนาคตของตระกูลจิราธิวัฒน์กันต่อไป เพราะตอนนี้ก็ยังไงๆพิกลอยู่ 

อันคำสาบนั้นเป็นการกระทำอธิษฐานชนิดหนึ่งในจำพวกอธิษฐานฤทธิ์ แต่จัดเป็นฤทธ์จำพวกไสยเวทย์ คือมีการเชิญเทพ หรือ ภูต หรือ วิญญาณกำกับให้เป็นตามคำสาป หลังผู้สาปสิ้นแล้วก็จะต้องมารักษาคำสาปจนกว่าจะพ้นกรรมหรือมีผู้มารับหน้าที่แทน คราวนี้มี ๙ วิญญาณเข้ารับช่วงแล้ว และน่าจะยิ่งแรงกว่าเก่าก่อน 

เจ้านายบางท่านไม่ต้องการเฝ้าคำสาปแต่ไม่ต้องการให้ที่มรดกตกแก่คนอื่นก็ใช้หนทางตามกฎหมาย คือทำเป็นพินัยกรรมและทูลเกล้าถวาย เมื่อพระเจ้าแผ่นดินมีพระบรมราชโองการว่าให้พินัยกรรมมีผลบังคับเป็นกฎหมาย พินัยกรรมนั้นก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้นอกจากออกฎหมาย ศาลฎีการเคยตัดสินว่าพระบรมราชโองการนั้นใช้บังคับได้เหมือนกฎหมาย มีที่ดินมากแปลงที่เป็นแบบนี้เช่นที่ดินแถวบ้านหม้อ หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ที่เคยพบคนมีความคิดแบบนี้อยู่รายเดียว คือเจ้าของตลาดยิ่งเจริญอันโด่งดัง แต่เอาไว้เล่าวันหลังเพราะเป็นมหากาพย์... 

ขอขอบพระคุณ อ.ไพศาล พืชมงคล สำหรับข้อมูล<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=hemolysis.wordpress.com&amp;blog=11252622&amp;post=12&amp;subd=hemolysis&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่อง “คำสาป” จาก Time Line บน Twitter ของ อ.ไพศาล พืชมงคล @paisalvision</p>
<p>เรื่องคำสาปมีมานานนักหนาตั้งแต่ตำนานกำเนิดรามเกียรติ์โน่น แต่คำสาบเกี่ยวกับวังอันลือชา มีอยู่ ๒ วังคือวังหน้ากับวังเพชรบูรณ์</p>
<p><strong>วังหน้า</strong></p>
<p>วังหน้าแห่งรัตนโกสินทร์นั้นเป็นของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทในรัชกาลที่ ๑ ทรงรักหวงห่วงมากไม่อยากให้ตกเป็นสมบัติคนอื่น จึงทรงสาปแช่งไว้เป็นสาหัสว่าถ้าผู้ใดที่มิใช่เชื้อสายมาเป็นเจ้าของครอบครองให้มีอันฉิบหายตายโหงสามชั่วโคตรและทรงอาราธนาสงฆ์สวดญัตติคำสาบด้วย หลังเสด็จสวรรคตแล้วไม่มีผู้ใดกล้ารับเป็นเจ้าของครอบครอง แม้พระเจ้าอยู่หัวก็ไม่มีพระราชประสงค์จะให้วิบัติตกแก่ท่านผู้ใด เพราะเกรงคำสาปนั้น</p>
<p>จนกระทั่งรัชกาลที่ ๕ ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้าหรือตำแหน่งกรมพระราชวังบวรแล้วก็ไม่มีท่านผู้ใดกล้ารับเป็นเจ้าของครอบครอง จนเปลี่ยนแปลงการปกครองทางราชการจึงต้องปรับใช้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติมาจนทุกวันนี้ แต่ก็มีที่ปลายวังแสดงความขลังให้ปรากฎ โดยท่านปรีดี ได้ใช้เป็นที่ทำการของนายกในที่สุดท่านปรีดีผู้มีคุณูปการยิ่งต่อชาติก็มีอันเป็น ครั้งหนึ่งพันโทชาติชาย ชุณหวัน เอารถถังบุกพังทำเนียบท่าช้างวังหน้านั้น เพราะมีรัฐประหาร ท่านปรีดีต้องลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศจนตลอดชีวิต นี่ก็แค่ที่ปลายวังหน้าข้างที่อาบน้ำช้างเท่านั้น ถ้าตรงที่ตั้งวังจะขนาดไหน</p>
<p><strong>วังเพชรบูรณ์</strong></p>
<p>วังเพชรบูรณ์อันเป็นที่ตั้งเซ็นทรัลเวิลด์ในทุกวันนี้ เดิมเป็นของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก ในรัชกาลที่ ๕</p>
<p>สมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นี้ทรงกรมในพระนามว่ากรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย สิ้นพระชนม์ในปี ๒๔๖๖ ขณะมีพระชันษาเพียง ๓๑ พรรษา ระหว่างทรงพระชนม์ รัชกาลที่ ๖ ได้พระราชทานที่ดินตรงนี้สร้างวังให้ เรียกว่า “วังเพชรบูรณ์” ทรงปรานถนาให้ตกทอดเฉพาะเชื้อสายของพระองค์เท่านั้น ทรงเกรงว่าทายาทยังเล็กหากทรงเป็นไปจะถูกผู้อื่นฉ้อโกงเอาไป จึงทรงทำพิธีสาปโดยนัยทำนองเดียวกับคำสาปของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท แต่ทรงเชี่ยวชาญด้านศิลปและดนตรีจึงมีน้ำพระทัยอ่อนผ่อนปรน ตั้งข้อยกเว้นไว้ว่าในกาลเบื้องหน้าถ้าผู้ใดมีน้ำใจเป็นกุศลใคร่ได้วังนี้ไปก็ต้องทดแทน ทรงรุบะในข้อยกเว้นแห่งคำสาปว่าต้องไปสร้างศาลเจ้าพ่อเสือในที่ดินแปลงหนึ่งที่รังสิต มีรายละเอียดอีกบางประการซึ่งผมจำไม่ได้เสียแล้ว</p>
<p>ล่วงมาราวปี ๒๕๒๐ บวกลบเล็กน้อยจำไม่ได้แล้ว มีนักกฎหมายเพื่อนกันที่ทำงานรับใช้เจ้านายมาหาผมเชิญให้ไปนั่งเป็นพยานเปิดพินัยกรรมของทายาทท่าน ได้ความว่าที่มาหาก็เพราะทราบว่าผมเกิดตรงวันที่กำหนดให้นั่งเป็นพยานและมีวิชาพอสมควรซึ่งเพื่อนๆพอรู้จัก ก็รับงานเลย จึงได้ทราบเรื่องราวจากผู้ดูแลที่ดินแปลงนี้และผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น หลังเปิดพินัยกรรมแล้วต่อมาก็มีการนำที่ดินนี้ออกประมูลหาผู้ลงทุน ผลประมูลกลุ่มนายอุเทน เตชะไพบูลย์ชนะ ขณะนั้นตระกูลนี้เป็นมหาเศรษฐีเมืองไทย ก็ตั้งใจตามดูว่าคำสาบจะเป็นอย่างไร</p>
<p>ปี๒๕๓๒ เรียน วปอ.อยู่ก็ได้เตือนเพื่อน คนในตระกูลนั้นว่าให้แก้คำสาบ ไม่งั้นคงเสี่ยงในสิ่งที่มองไม่เห็นแน่ เขาไม่เชื่อบอกว่าพ่อเขามีซินแสดี มีการแก้ในเชิงฮวงจุ้ยที่หัวมุมตามทหลักวิชาฮวงจุ้ย ทำเป็นเนินดินคล้ายฮวงซุ้ย และทำพิธีกรรมโดยผู้มีวิชาของปอเต๊กตึ้งอีกหลายอย่าง แต่ก่อสร้างไม่ทันเสร็จทั้งโครงการ ตระกูลเตชะไพบูลย์ที่มหามั่งคั่งก็มีอันเป็นไป ทั้งครอบครัวและทรัพย์สิน ดังที่รู้กันอยู่</p>
<p>ตระกูลจิราธิวัฒน์ก็มารับช่วงที่ดินและโครงการนี้ต่อมา คราวนี้หาผู้มีวิชาทางพราหมณ์ แนะให้แก้โดยสร้างตรีมูรติ ซึ่งเป็นมหาเทพในฮินดู ผลก็คือมีเทพต่างๆเต็มไปหมดทั้งพระอินทร์ พระพิฆเณศ หวังดูดซับพลังมาจากฝั่งท้าวมหาพรหมด้วย แต่วันนี้ก็คงเห็นกันแล้วว่าแก้คำสาบได้หรือไม่ ก็ต้องคอยดูอนาคตของตระกูลจิราธิวัฒน์กันต่อไป เพราะตอนนี้ก็ยังไงๆพิกลอยู่</p>
<p>อันคำสาบนั้นเป็นการกระทำอธิษฐานชนิดหนึ่งในจำพวกอธิษฐานฤทธิ์ แต่จัดเป็นฤทธ์จำพวกไสยเวทย์ คือมีการเชิญเทพ หรือ ภูต หรือ วิญญาณกำกับให้เป็นตามคำสาป หลังผู้สาปสิ้นแล้วก็จะต้องมารักษาคำสาปจนกว่าจะพ้นกรรมหรือมีผู้มารับหน้าที่แทน คราวนี้มี ๙ วิญญาณเข้ารับช่วงแล้ว และน่าจะยิ่งแรงกว่าเก่าก่อน</p>
<p>เจ้านายบางท่านไม่ต้องการเฝ้าคำสาปแต่ไม่ต้องการให้ที่มรดกตกแก่คนอื่นก็ใช้หนทางตามกฎหมาย คือทำเป็นพินัยกรรมและทูลเกล้าถวาย เมื่อพระเจ้าแผ่นดินมีพระบรมราชโองการว่าให้พินัยกรรมมีผลบังคับเป็นกฎหมาย พินัยกรรมนั้นก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้นอกจากออกฎหมาย ศาลฎีการเคยตัดสินว่าพระบรมราชโองการนั้นใช้บังคับได้เหมือนกฎหมาย มีที่ดินมากแปลงที่เป็นแบบนี้เช่นที่ดินแถวบ้านหม้อ หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ที่เคยพบคนมีความคิดแบบนี้อยู่รายเดียว คือเจ้าของตลาดยิ่งเจริญอันโด่งดัง แต่เอาไว้เล่าวันหลังเพราะเป็นมหากาพย์&#8230;</p>
<p>ขอขอบพระคุณ อ.ไพศาล พืชมงคล สำหรับข้อมูล</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/hemolysis.wordpress.com/12/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/hemolysis.wordpress.com/12/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/hemolysis.wordpress.com/12/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/hemolysis.wordpress.com/12/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/hemolysis.wordpress.com/12/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/hemolysis.wordpress.com/12/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/hemolysis.wordpress.com/12/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/hemolysis.wordpress.com/12/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/hemolysis.wordpress.com/12/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/hemolysis.wordpress.com/12/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/hemolysis.wordpress.com/12/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/hemolysis.wordpress.com/12/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/hemolysis.wordpress.com/12/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/hemolysis.wordpress.com/12/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=hemolysis.wordpress.com&amp;blog=11252622&amp;post=12&amp;subd=hemolysis&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/5675dfc9dac453fc53e56ac5c4d0f11e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">hemolysis</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กะละละ</title>
		<link>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 May 2010 08:10:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hemolysis</dc:creator>
				<category><![CDATA[Buddhism]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://hemolysis.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0/</guid>
		<description><![CDATA[การตาม Follow อ. ไพศาล พืชมงคล ในวันนี้ได้ เรื่องเกี่ยวกับ ชีววิทยา มาฝาก

“ดังนั้นวันนี้จักรับใช้การอคอยด้วยเรื่องที่ยิ่งใหญ่ท้าทายโลกและศาสนจักร 

ศตวรรษที่แล้วมีการค้นพบทางชีววิทยาเกี่ยวกับกำเนิดของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เปิดศักราชใหม่ความรู้ทางชีววิทยาเกี่ยวกับความเป็นมาของสิ่งมีชีวิต มหาบุรุษนักวิทยาศาตร์ชีววิทยานามกระเดื่องโลกท่านนี้คือ ชาร์ลดาวิน งานที่ยิ่งใหญ่ของท่านคือการค้นพบว่าทุกชีวิตไม่ได้ถูกสร้างมาจากพระเจ้า พบว่า"ทุกชีวิตเริ่มต้นจากเซลล์เซลล์เดียว" ศาสนจักรเดือดมาก เพราะท้าทายคำสอนของหลายศาสนา นักวิชาการทั่วโลกจึงต้องการหักล้างผลงานนี้ ประเด็นหนึ่งที่ต้องการหักล้างเชิงหักหน้าคือ ชาร์ลดาร์วิน ไม่ใช่คนแรกที่ค้นพบเรื่องนี้ มีการตั้งทีมค้นคว้าคัมภีร์ต่างจากทั่วโลก
นักวิชาการชาวเยอรมันได้ค้นแล้วพบว่า ชาร์ลดาร์วินไม่ใช่คนแรกที่พบและพูดเรื่องนี้ แต่เป็นมหาบุรุษแห่งเอเชียของเรานี่เอง เป็นการค้นพบว่ามีการสนทนากันของคน ๒ คนๆ หนึ่งเป็นพรามณ์ ขี้สงสัย ได้ถามอีกบุรุษหนึ่งว่าโลกเกิดจากไหน สิ่งมีชีวิตต่างๆเกิดมาจากไหน มีการตอบโต้มากมายยาวยืด แต่ในประเด็นโลกกลมหรือแบน เกิดจากไหน ตอบว่า"วัฎฎะโก โลโก" แปลว่า โลกนี้กลม เกิดและหมุนเวียนไปตามธรรมชาติของมัน ในประเด็นชีวิตมาจากไหน ตอบว่า "ปฐะมัง กะละลังโหติ" แปลว่า ทุกชีวิตเกิดมาจากกะละละอันเดียว นักวิชาการจึงค้นคว้าต่อว่า กะละละคืออะไร ค้นไปก็พบถึงคำสนทนาอีกเรื่องหนึ่งแต่เกี่ยวกับกะละละ ตอบว่ามีขนาดเล็กมากเท่ากับขนาดน้ำมันเนยที่จุ่มด้วยขนจามรีแล้วสลัด ๗ ครั้ง ตอบอีกว่าเมื่อน้ำเชื้อของเพศผู้ผสมกับเพศเมียจะเกิดกะละละใหม่ขึ้น และยังกล่าวถึงสัตว์ที่มี ๒ เพศด้วย จึงได้ข้อสรุปว่าคือเซลล์นั่นเอง มหาบุรุษผู้ตอบปัญหาเรื่องโลกและกำเนิดของชีวิตนี้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงประกาศว่าเราเป็นผู้รู้แจ้งโลก เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน 

ในเทศกาลวิสาขะนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมเกล้าบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ขอทุกท่านเมื่อฟังแล้วจงเป็นผู้ตื่น ผู้รู้และผู้เบิกบานเทอญ”<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=hemolysis.wordpress.com&amp;blog=11252622&amp;post=11&amp;subd=hemolysis&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การตาม Follow อ. ไพศาล พืชมงคล ในวันนี้ได้ เรื่องเกี่ยวกับ ชีววิทยา มาฝาก</p>
<p>“ดังนั้นวันนี้จักรับใช้การอคอยด้วยเรื่องที่ยิ่งใหญ่ท้าทายโลกและศาสนจักร</p>
<p>ศตวรรษที่แล้วมีการค้นพบทางชีววิทยาเกี่ยวกับกำเนิดของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เปิดศักราชใหม่ความรู้ทางชีววิทยาเกี่ยวกับความเป็นมาของสิ่งมีชีวิต มหาบุรุษนักวิทยาศาตร์ชีววิทยานามกระเดื่องโลกท่านนี้คือ ชาร์ลดาวิน งานที่ยิ่งใหญ่ของท่านคือการค้นพบว่าทุกชีวิตไม่ได้ถูกสร้างมาจากพระเจ้า พบว่า&#8221;ทุกชีวิตเริ่มต้นจากเซลล์เซลล์เดียว&#8221; ศาสนจักรเดือดมาก เพราะท้าทายคำสอนของหลายศาสนา นักวิชาการทั่วโลกจึงต้องการหักล้างผลงานนี้ ประเด็นหนึ่งที่ต้องการหักล้างเชิงหักหน้าคือ ชาร์ลดาร์วิน ไม่ใช่คนแรกที่ค้นพบเรื่องนี้ มีการตั้งทีมค้นคว้าคัมภีร์ต่างจากทั่วโลก<br />
นักวิชาการชาวเยอรมันได้ค้นแล้วพบว่า ชาร์ลดาร์วินไม่ใช่คนแรกที่พบและพูดเรื่องนี้ แต่เป็นมหาบุรุษแห่งเอเชียของเรานี่เอง เป็นการค้นพบว่ามีการสนทนากันของคน ๒ คนๆ หนึ่งเป็นพรามณ์ ขี้สงสัย ได้ถามอีกบุรุษหนึ่งว่าโลกเกิดจากไหน สิ่งมีชีวิตต่างๆเกิดมาจากไหน มีการตอบโต้มากมายยาวยืด แต่ในประเด็นโลกกลมหรือแบน เกิดจากไหน ตอบว่า&#8221;วัฎฎะโก โลโก&#8221; แปลว่า โลกนี้กลม เกิดและหมุนเวียนไปตามธรรมชาติของมัน ในประเด็นชีวิตมาจากไหน ตอบว่า &#8220;ปฐะมัง กะละลังโหติ&#8221; แปลว่า ทุกชีวิตเกิดมาจากกะละละอันเดียว นักวิชาการจึงค้นคว้าต่อว่า กะละละคืออะไร ค้นไปก็พบถึงคำสนทนาอีกเรื่องหนึ่งแต่เกี่ยวกับกะละละ ตอบว่ามีขนาดเล็กมากเท่ากับขนาดน้ำมันเนยที่จุ่มด้วยขนจามรีแล้วสลัด ๗ ครั้ง ตอบอีกว่าเมื่อน้ำเชื้อของเพศผู้ผสมกับเพศเมียจะเกิดกะละละใหม่ขึ้น และยังกล่าวถึงสัตว์ที่มี ๒ เพศด้วย จึงได้ข้อสรุปว่าคือเซลล์นั่นเอง มหาบุรุษผู้ตอบปัญหาเรื่องโลกและกำเนิดของชีวิตนี้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงประกาศว่าเราเป็นผู้รู้แจ้งโลก เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน</p>
<p>ในเทศกาลวิสาขะนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมเกล้าบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ขอทุกท่านเมื่อฟังแล้วจงเป็นผู้ตื่น ผู้รู้และผู้เบิกบานเทอญ”</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/hemolysis.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/hemolysis.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/hemolysis.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/hemolysis.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/hemolysis.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/hemolysis.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/hemolysis.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/hemolysis.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/hemolysis.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/hemolysis.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/hemolysis.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/hemolysis.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/hemolysis.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/hemolysis.wordpress.com/11/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=hemolysis.wordpress.com&amp;blog=11252622&amp;post=11&amp;subd=hemolysis&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/5675dfc9dac453fc53e56ac5c4d0f11e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">hemolysis</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ฉัพพรรณธรังสี</title>
		<link>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/23/%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/23/%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 May 2010 14:58:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>hemolysis</dc:creator>
				<category><![CDATA[Buddhism]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://hemolysis.wordpress.com/2010/05/23/%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5/</guid>
		<description><![CDATA[Time Line ของ @paisalvision วันที่ 23 พ.ค. 2553 ช่วงค่ำ 

วันนี้ขึ้น ๑๐ ค่ำ อีก ๔ วันจะถึงวันวิสาขะ จึงสมควรเล่าเรื่องจักรวาล และการสื่อสารระหว่างโลกกับกาแลกซี่ต่างๆว่าใครทำได้เป็นคนแรก ฟังเถิด 

ปลายศตวรรษที่แล้ว สหรัฐส่งมนุษย์อวกาศไปดวงจันทร์สำเร็จ สามารถโทรศัพท์พูดติดต่อจากโลกถึงดวงจันทร์ได้ นาซ่าอ้างว่าทำได้เป็นครั้งแรก มีนักวิชาการสหรัฐและฝรั่งเศสโต้ว่าไม่จริง อ้างว่าพบหลักฐานจากพระไตรปิฎกว่าพระพุทธเจ้าต่างหากที่สามารถติดต่อจากโลกไปยังดาวดวงอื่นได้ก่อนใคร โต้แล้วก็เกทับว่าพระพุทธเจ้ายังสามารถติดต่อกับต่างดาวได้ไกลว่าดวงจันทร์ คือสามารถติดต่อกับกาแลกซี่หรือระบบสุริยะอื่นๆได้ด้วย โต้กันใหญ่เลย 

การโต้กันครั้งนั้นเป็นเหตุให้ฝรั่งหลายชาติโดยเฉพาะพวกต่างศาสนามุ่งพิสูจน์ว่าพระพุทธเจ้ากล่าวเท็จ จะได้ทำลายพระพุทธศาสนาไปในคราวเดียวนี้ ทั้งต้องการหักล้างพระพุทธพจน์ที่ว่าธรรมอันตถาคตยังให้เป็นไปแล้ว ไม่ว่าในเวลาใด ไม่มีใครสามารถหักล้างหรือทำให้หมุนกลับได้ จึงมีการพิสูจน์คำตรัสของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎก ทรงตรัสว่าเมื่อตถาคตปรารถนาก็สามารถพูดให้ได้ยินพร้อมกันทั้งหมื่นแสนโลกธาตุได้ 

โลกธาตุในพระไตรปิฎกนั้นนักวิชาการทุกฝ่ายลงฉันทามติแล้วว่าหมายถึงกาแลกซี่หรือระบบสุริยะทั้งหลายรวมทั้งระบบสุริยะที่โลกเป็นบริวารด้วย ความหมายในพระไตรปิฏกตอนนี้คือทรงตรัสว่าสามารถพูดให้ได้ยินพร้อมกันทั่วทุกกาแลกซี่ ซึ่งขัดกับทฤษฏีการเดินทางของเสียงที่ต้องใช้เวลา การเดินทางของเสียงช้ากว่าแสงมาก ในระบบสุริยะนี้ระยะจากโลกไปดาวอื่นยังต้องใช้เวลาหลายปีแสง ฝรั่งพวกหนึ่งจึงสรุปว่าพระพุทธเจ้าโกหก ฝรั่งชาวเยอรมันโต้ว่านั่นเป็นการด่วนสรุป ผิดหลักวิชาการ เพราะไม่ยอมค้นและกล่าวถึงว่าพระพุทธเจ้ามีวิธีอย่างไรจึงทำได้ จึงยังไม่ยุติ นักวิชาการชาวเยอรมันโต้ว่าพระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงวิธีการไว้อย่างชัดเจนว่าทำไมพระสุรเสียงจึงดังพร้อมกันทุกโลกธาตุโดยไม่มีเวลาเดินทางของเสียง 

พบว่าในโพธิกาลก็มีพรามณ์ขี้สงสัยได้ถามเรื่องนี้แล้วว่าพระสมณะโคดมพูดอย่างไรจึงได้ยินพร้อมกันทั้งหมื่นแสนโลกธาตุ พระพุทธเจ้าตรัสกับพราหมณ์ขี้สงสัยว่าตถาคตจะเปล่ง “ฉัพพรรณธรังสี” อันหาประมาณมิได้ก่อน เมื่อตถาคตกล่าวเสียงก็จะดังขึ้นทั่วที่แผ่ไปถึง จึงค้นคว้ากันต่อไปว่า ฉัพพรรณธรังสี คืออะไร? เพราะที่ตรัสนั้นเหมือนจะเป็นสื่อบางอย่างที่นำเสียงไปได้ไกลและเหนือมิติเวลาทำให้เป็น realtime 

ก็พบอีกว่ามีคนขี้สงสัยในยุคนั้นถามพระองค์ไว้ว่าฉัพพรรณธรังสีเป็นอย่างไร ทรงตอบว่าเมื่อทรงแผ่จิตไป ฉัพพรรณธรังสีจะแผ่ไปทั่วหมื่นแสนโลกธาตุ แผ่ออกไปด้วยความเร็วมากยิ่งกว่าแสงพระอาทิตย์จนประมาณมิได้ นั่นคือพลังของจิตและฉัพพรรณธรังสีเคลื่อนที่ด้วยความเร็วกว่าแสงหาประมาณมิได้ ดังนั้นเสียงซึ่งไปตามฉัพพรรณธรังสีด้วยความเร็วยิ่งกว่าแสงจนหาประมาณมิได้จึงอาจไปได้ทั่วทุกโลกธาตุในลักษณะ realtime จึงว่าพระองค์โกหกไม่ได้ ผลการโต้แย้งค้นคว้าครั้งนั้น ฝรั่งหลายคนมีความศรัทธา บวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา 

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ขอกุศลในการประกาศพระคุณนี้จงบังเกิดแก่ท่านทั้งหลายทั่วกันเทอญ<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=hemolysis.wordpress.com&amp;blog=11252622&amp;post=10&amp;subd=hemolysis&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Time Line ของ @paisalvision วันที่ 23 พ.ค. 2553 ช่วงค่ำ</p>
<p>วันนี้ขึ้น ๑๐ ค่ำ อีก ๔ วันจะถึงวันวิสาขะ จึงสมควรเล่าเรื่องจักรวาล และการสื่อสารระหว่างโลกกับกาแลกซี่ต่างๆว่าใครทำได้เป็นคนแรก ฟังเถิด</p>
<p>ปลายศตวรรษที่แล้ว สหรัฐส่งมนุษย์อวกาศไปดวงจันทร์สำเร็จ สามารถโทรศัพท์พูดติดต่อจากโลกถึงดวงจันทร์ได้ นาซ่าอ้างว่าทำได้เป็นครั้งแรก มีนักวิชาการสหรัฐและฝรั่งเศสโต้ว่าไม่จริง อ้างว่าพบหลักฐานจากพระไตรปิฎกว่าพระพุทธเจ้าต่างหากที่สามารถติดต่อจากโลกไปยังดาวดวงอื่นได้ก่อนใคร โต้แล้วก็เกทับว่าพระพุทธเจ้ายังสามารถติดต่อกับต่างดาวได้ไกลว่าดวงจันทร์ คือสามารถติดต่อกับกาแลกซี่หรือระบบสุริยะอื่นๆได้ด้วย โต้กันใหญ่เลย</p>
<p>การโต้กันครั้งนั้นเป็นเหตุให้ฝรั่งหลายชาติโดยเฉพาะพวกต่างศาสนามุ่งพิสูจน์ว่าพระพุทธเจ้ากล่าวเท็จ จะได้ทำลายพระพุทธศาสนาไปในคราวเดียวนี้ ทั้งต้องการหักล้างพระพุทธพจน์ที่ว่าธรรมอันตถาคตยังให้เป็นไปแล้ว ไม่ว่าในเวลาใด ไม่มีใครสามารถหักล้างหรือทำให้หมุนกลับได้ จึงมีการพิสูจน์คำตรัสของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎก ทรงตรัสว่าเมื่อตถาคตปรารถนาก็สามารถพูดให้ได้ยินพร้อมกันทั้งหมื่นแสนโลกธาตุได้</p>
<p>โลกธาตุในพระไตรปิฎกนั้นนักวิชาการทุกฝ่ายลงฉันทามติแล้วว่าหมายถึงกาแลกซี่หรือระบบสุริยะทั้งหลายรวมทั้งระบบสุริยะที่โลกเป็นบริวารด้วย ความหมายในพระไตรปิฏกตอนนี้คือทรงตรัสว่าสามารถพูดให้ได้ยินพร้อมกันทั่วทุกกาแลกซี่ ซึ่งขัดกับทฤษฏีการเดินทางของเสียงที่ต้องใช้เวลา การเดินทางของเสียงช้ากว่าแสงมาก ในระบบสุริยะนี้ระยะจากโลกไปดาวอื่นยังต้องใช้เวลาหลายปีแสง ฝรั่งพวกหนึ่งจึงสรุปว่าพระพุทธเจ้าโกหก ฝรั่งชาวเยอรมันโต้ว่านั่นเป็นการด่วนสรุป ผิดหลักวิชาการ เพราะไม่ยอมค้นและกล่าวถึงว่าพระพุทธเจ้ามีวิธีอย่างไรจึงทำได้ จึงยังไม่ยุติ นักวิชาการชาวเยอรมันโต้ว่าพระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงวิธีการไว้อย่างชัดเจนว่าทำไมพระสุรเสียงจึงดังพร้อมกันทุกโลกธาตุโดยไม่มีเวลาเดินทางของเสียง</p>
<p>พบว่าในโพธิกาลก็มีพรามณ์ขี้สงสัยได้ถามเรื่องนี้แล้วว่าพระสมณะโคดมพูดอย่างไรจึงได้ยินพร้อมกันทั้งหมื่นแสนโลกธาตุ พระพุทธเจ้าตรัสกับพราหมณ์ขี้สงสัยว่าตถาคตจะเปล่ง <strong>“ฉัพพรรณธรังสี”</strong> อันหาประมาณมิได้ก่อน เมื่อตถาคตกล่าวเสียงก็จะดังขึ้นทั่วที่แผ่ไปถึง จึงค้นคว้ากันต่อไปว่า ฉัพพรรณธรังสี คืออะไร? เพราะที่ตรัสนั้นเหมือนจะเป็นสื่อบางอย่างที่นำเสียงไปได้ไกลและเหนือมิติเวลาทำให้เป็น realtime</p>
<p>ก็พบอีกว่ามีคนขี้สงสัยในยุคนั้นถามพระองค์ไว้ว่าฉัพพรรณธรังสีเป็นอย่างไร ทรงตอบว่าเมื่อทรงแผ่จิตไป ฉัพพรรณธรังสีจะแผ่ไปทั่วหมื่นแสนโลกธาตุ แผ่ออกไปด้วยความเร็วมากยิ่งกว่าแสงพระอาทิตย์จนประมาณมิได้ นั่นคือพลังของจิตและฉัพพรรณธรังสีเคลื่อนที่ด้วยความเร็วกว่าแสงหาประมาณมิได้ ดังนั้นเสียงซึ่งไปตามฉัพพรรณธรังสีด้วยความเร็วยิ่งกว่าแสงจนหาประมาณมิได้จึงอาจไปได้ทั่วทุกโลกธาตุในลักษณะ realtime จึงว่าพระองค์โกหกไม่ได้ ผลการโต้แย้งค้นคว้าครั้งนั้น ฝรั่งหลายคนมีความศรัทธา บวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา</p>
<p>ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ขอกุศลในการประกาศพระคุณนี้จงบังเกิดแก่ท่านทั้งหลายทั่วกันเทอญ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/hemolysis.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/hemolysis.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/hemolysis.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/hemolysis.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/hemolysis.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/hemolysis.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/hemolysis.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/hemolysis.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/hemolysis.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/hemolysis.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/hemolysis.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/hemolysis.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/hemolysis.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/hemolysis.wordpress.com/10/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=hemolysis.wordpress.com&amp;blog=11252622&amp;post=10&amp;subd=hemolysis&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hemolysis.wordpress.com/2010/05/23/%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/5675dfc9dac453fc53e56ac5c4d0f11e?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">hemolysis</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
